วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

Symbian Belle


Symbian Belle เป็นเวอร์ชั่นล่าสุดของ Symbian ที่มีการวางแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
Symbian Belle สามารถเพิ่มหน้า Home screen ได้สูงสุดถึง 6 หน้า จากเดิม 3 หน้า เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ในการแสดงแอพพลิเคชั่น และบริการต่างๆ พร้อมทั้งมี Widget ให้เลือก 5 ขนาด สามารถปรับแต่ง Widget ได้เหมาะสมตามการใช้งาน ในแบบคุณ ทำให้หน้าจอ โทรศัพท์ดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังมีเมนู และ Taskbar ที่สามารถดึงลง เพื่อดูการแจ้งเตือนต่างๆ ไม่ว่าจะอยู่ Home screen ไหน Symbian Belle จึงมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบาย ราบรื่น และรวดเร็วกว่าเดิม
สิ่งที่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดของ Symbian Belle คือ เทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ที่ให้คุณสามารถแบ่งปันข้อมูล (Share) ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อผู้ติดต่อ เพลง วิดีโอ และรูปภาพ หรือจับคู่อุปกรณ์ (Pair) เข้ากับอุปกรณ์เสริมอย่างลำโพง หรือหูฟัง รวมถึง Smart Phone อื่นๆ ที่มีเทคโนโลยี NFC แค่แตะกันเพียงครั้งเดียว
คอเกมส์ยังได้รับประโยชน์จาก NFC ด้วยการปลดล็อคด่าน Angry Birds หรือค้นพบดาบที่ซ่อนไว้ในเกมส์ Fruit Ninja เพียงแค่แตะโทรศัพท์ที่มีเทคโนโลยี NFC เข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ Nokia 701, 700 และ 600 ยังติดตั้งเกมส์แข่งรถยอดฮิต Asphalt 5 ไว้ในเครื่อง เพื่อให้คุณและเพื่อนได้จับคู่เพื่อแข่งในสนามเดียวกันอีกด้วย




ที่ม http://www.mfa.ais.co.th/freepage.aspx?articleid=23

Symbian Belle : จุดกำเนิด แนวความคิด และแรงบันดาลใจของระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ได้มาอย่างไร??


Symbian Belle : จุดกำเนิด แนวความคิด และแรงบันดาลใจของระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ได้มาอย่างไร??



ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle เรียกได้ว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ของระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยน (Symbian OS) เลยก็ว่าได้ ด้วยยุคสมัยของโทรศัพท์มือถือ เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้โนเกีย ต้องมีการพัฒนาระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยน ให้ทันสมัยตามวิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือ หรือสมาร์ทโฟนด้วยเช่นกัน
ถึงแม้ว่า ในปัจจุบันนี้ จะมีระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมอย่างมาก อย่าง ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) จาก Google และระบบปฏิบัติการ iOS จาก Apple เข้ามาสร้างกระแสในตลาดสมาร์ทโฟน จึงทำให้ ระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยน ต้องมีการปรับตัว เพื่อให้สามารถแข่งขันกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้นั่นเอง จึงกลายมาเป็นที่มาของ ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ที่เป็นระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดในขณะนี้
Nikki Barton หัวหน้าผู้ออกแบบระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ได้ปลอกเปลือก ถึงแนวความคิด และแรงบันดาลใจในการสร้าง ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ขึ้นมา ว่ามาจาก “พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์” นั่นเองครับ โดยในปัจจุบันนั้น ผู้ใช้สมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ มักจะ “ก้มหน้า” เล่นสมาร์ทโฟนของตนเอง โดยที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง แต่ Nikki กลับมีความคิดที่ว่า จะทำอย่างไร ให้ผู้คนเหล่านั้น “เงยหน้า” แล้วมาสนทนากันและกัน
สิ่งสำคัญของการออกแบบ ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle นั้น อยู่ที่ “การเข้าใจพฤติกรรมแบบดั้งเดิมของมนุษย์” ครับ โดยผู้ออกแบบนั้น ได้นำพฤติกรรมของมนุษย์ มาผสมผสานกับความเป็น Symbian จึงกลายเป็น ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ในปัจจุบัน 


ที่มา :http://board.postjung.com/m/597904.html

เมื่อ Symbian Operating system ได้เวลาปิดฝาโลง!



เมื่อ Symbian Operating system ได้เวลาปิดฝาโลง!

เป็นที่รู้กันถึงอนาคตของ Symbian Operating system หลังจากที่ Nokia ผู้ที่นำSymbianมาใช้อย่างแพร่หลาย หันไปซบอกกับ Microsoft's ส่งผลให้ขีดเส้นตายระยะเวลาการพัฒนาและSupportอุปกรณ์พกพาที่ทำงานบนSymbianไว้ที่ปี 2006 จากเหตุผลหลักนี้ ก็ไม่ต่างกับการตอกฝาโลงปิดอนาคตของSymbianหลังจากโลดแล่นในตลาดมากว่า 100 ปี
จุดที่ทำให้ Symbian ที่Nokiaภูมิใจในสมัยก่อนนั้น คือการออกแบบInterfaceที่เหมาะกับการใช้งานควบคู่กับปุ่มกด และมีInterfaceการใช้งานในช่วงแรกคล้ายกับ S40 หรือโทรศัพท์มือถือจอ Black and White ในรุ่นหลังๆ ส่งผลให้ผู้ใช้เกิดความเคยชิน และเข้าถึงการใช้งานได้
รวมถึงในเวลานั้น Nokia แทบจะถือครองตลาด Features Phone แบบเบ็ดเสร็จ และยังไม่มีระบบปฏิบัติการใดๆ ที่สามารถจะมาสั่นคลอนบันลังก์ของNokia แต่ในท้ายที่สุด Nokia ก็มาตกม้าตายในช่วงหลังๆของยุคโทรศัพท์แบบปุ่มกด จากสมัยที่เวลาออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ยอมใส่ฟีเจอร์แบบครบๆมาให้ และเลือกที่จะตัดนิดเพิ่มหน่อยในรุ่นหลังๆ จนแทบไม่เห็นการพัฒนาที่ชัดเจนสมัยยังใช้ชื่อเรียกSymbian ว่า ‘Series 60′
ถัดมาเมื่อถึงยุคของโทรศัพท์แบบTohch Phoneได้รับความนิยม Nokia เองก็พยายามพัฒนาSymbianให้สามารถมาใช้งานบนTouch Phone แต่ด้วยความที่Symbianถูกพัฒนาขึ้นมานานแล้ว โครงสร้างของ S60 จึงไม่เอื้ออำนวยให้กับการใช้งานบนหน้าจอสัมผัส ก่อนจะเริ่มกลับมาดูดีในตลาดอีกครั้งเมื่อตอนวางจำหน่าย 5800 Xpress Music ที่ใช้เป็น Symbian^1 กู้ชื่อNokiaกลับมาได้ในระดับหนึ่ง
แต่หลังจากออก 5800 มา การพัฒนาของSymbianก็เหมือนเจอกำแพงอีกครั้งหนึ่ง เพราะหลังจากนั้น การพัฒนาของSymbianแทบหยุดอยู่กับที่ ก่อนจะกลับมาหวังจะยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วย Symbian ^3 ที่ทำให้เกิดการอัปเดตในเวอร์ชันก่อนหน้านี้อย่าง Anna และ Belle ก็ปรับให้มีการตอบสนองเร็วขึ้น บนรูปแบบInterfaceแบบเดิมๆ ประจวบกับจังหวะที่กระแสSmart Phoneเริ่มได้รับความนิยมในบ้านเรา การมาถึงของทั้งiPhone Android and Blackberry  ต่างเข้ามากลบกระแสตลาดSymbianในWorldอย่างชัดเจน

ในจุดนี้ Samsung LG or Sony Ericsson ที่เคยนำSymbianมาใช้ใน teléfono บางรุ่น ก็หันหลังให้กับSymbianเรียบร้อยแล้ว โดยทาง Samsung หันไปให้ความสำคัญกับการพัฒนาAndroid Smart Phone ควบคู่ไปกับการพัฒนาOperating systemของตัวเองอย่าง Bada ส่วนSony Ericsson ก็ให้ความสำคัญกับAndroid อย่างชัดเจน LG เองก็หันไปพึ่งทั้งAndroid  และWindows Mobileในการทำตลาด ทำให้ผู้เล่นรายหลักของSymbianจึงเหลือเพียงNokiaรายเดียวเท่านั้น
จำนวนผู้ใช้งานแยกเป็น Operating system ต่างๆ in Europe and North America  (ข้อมูลจาก statcounter.com)
ในส่วนของความคืบหน้าล่าสุดในการพัฒนา Symbian of Nokia ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นเวอร์ชัน Belle นั้น ทาง Nokia ก็ไม่ได้เรียกว่าเป็น Symbian อีกต่อไป แต่กลับใช้ชื่อแทนว่า ‘Nokia Belle’ ซึ่งหมายถึงว่าทาง Nokia เอง ก็เลิกนำชื่อของ Symbian มาใช้ในการทำตลาดแล้ว และเลือกที่จะใช้ Brand ของ Nokia นำหน้าในการนำตลาดแทน
จากนี้คงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าในปีหน้า สัดส่วนระหว่างเครื่องรุ่นใหม่ของ Nokia ที่ใช้ Symbian Operating system และ Windows Mobile จะแตกต่างกันมากแค่ไหน และการทำราคาให้ Windows Mobil eสามารถเข้าถึงกลุ่มแมส ซึ่งถือเป็นกลุ่มเดียวกับลูกค้า Symbian นั้น จะส่งผลให้เห็นการจากไปของ Symbian เร็วขึ้น หรือจะยังมีพื้นที่ต่อไปในต้องตามดูกันต่อไป.......







เจาะลึกฟีเจอร์เด่นใน Symbian Belle OS /1


เจาะลึกฟีเจอร์เด่นใน Symbian Belle OS การต่อยอดระบบซิมเบี้ยนให้ล้ำสมัยทันโลก สมาร์ทโฟน



ระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยน (Symbian OS) นั้นเรียกได้ว่าอยู่คู่กับผู้ใช้ สมาร์ทโฟน มาตั้งแต่ยุคเริ่มแรกของวงการ โทรศัพท์มือถือ ตั้งแต่ยังไม่มี สมาร์ทโฟน หน้าจอสัมผัส ออกมาสู่ท้องตลาด เรียกได้ว่า สมาร์ทโฟน ระบบซิมเบี้ยน ในยุคก่อนๆ นั้นครองตลาดส่วนใหญ่ได้อย่างสบายๆ สร้างผลกำไรให้กับ โนเกีย อย่างมากมายมหาศาล แต่ทว่า สมาร์ทโฟน ในยุคใหม่นั้นได้เปลี่ยนโฉมหน้าไปแล้ว จากแต่ก่อนที่อาจจะเน้นที่การใช้งานด้วยปุ่มกดเป็นหลัก แต่หลังจากเริ่มมี สมาร์ทโฟน จอสัมผัสเผยโฉมออกมา และได้รับความนิยมมากขึ้นแบบก้าวกระโดด ก็ทำให้ระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยนนั้น ต้องมีการปรับตัวให้ทันยุคทันสมัยตามไปด้วย โดยในช่วงปลายปี พ.ศ. 2551 โนเกีย เองก็ได้เผยโฉม สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยน แบบหน้าจอสัมผัสเต็มรูปแบบรุ่นแรกออกมาอย่างเป็นทางการ นั่นก็คือ Nokia 5800 XpressMusic ซึ่งก็มีกระแสตอบรับที่ดีเอามากๆ เรียกได้ว่าในวันแรกของการส่งมอบเครื่องให้กับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี 2552 มีผู้คนไปต่อคิวรับเครื่องกันอย่างล้นหลาม เพียงเพื่อให้ได้เป็นคนแรกๆ ที่ได้ครองครองNokia 5800 XpressMusic เลยทีเดียว
, , , , , , , , ,
แม้ โนเกีย จะประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับ สมาร์ทโฟน จอสัมผัสรุ่นแรกของตนเอง แต่ 2-3 ปีหลังๆ มานี้ โลกของ สมาร์ทโฟน นั้นความเคลื่อนไหวและมีการเปลี่ยนแปลงที่เร็วเป็นอย่างมาก ด้วยการมาของ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการใหม่ๆ โดยเฉพาะการมาของ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) อย่าง ไอโฟน (iPhone) และการมาของ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ซึ่งเป็นระบบเปิด และทำให้หลายๆ แบรนด์นำไปพัฒนาเข้ากับผลิตภัณฑ์ของตนเองจนได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยนเองจึงต้องมีการปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะแข่งขันกับ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้ ซึ่งนั่นก็เป็นที่มาของระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยนเวอร์ชันล่าสุดอย่าง Symbian Belle ที่ได้มีการปรับโฉมไปอย่างมากมายหลายส่วน เพื่อให้ตอบโจทย์กับผู้ใช้ในยุคปัจจุบันได้มากที่สุด
 , , , , , , , , ,
ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle นั้นถูกพัฒนาต่อมาจากระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยนเวอร์ชันก่อนหน้านี้อย่าง Symbian Anna ซึ่งตัวของระบบปฏิบัติการ Symbian Anna เองนั้นก็ได้มีการปรับโฉมไปค่อนข้างมากพอสมควรแล้ว เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนโฉม สมาร์ทโฟน จอสัมผัสของ โนเกีย ไปไม่น้อย ซึ่งแม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ก็เหมือนจะยังไม่เพียงพอกับการแข่งขันในโลก สมาร์ทโฟน ยุคปัจจุบัน เพราะฉะนั้นหลังจาก Symbian Anna เปิดตัวไปไม่นาน ในวันที่ 24สิงหาคม 2554 หรือปลายเดือนที่แล้ว ทาง โนเกีย ก็ได้ฤกษ์เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ออกมาสู่สายตาชาวโลก พร้อมกับ สมาร์ทโฟน ตัวธง รุ่นแรกที่มาพร้อมกับ Symbian Belle ในตัวตั้งแต่แรก นั่นก็คือ Nokia 600Nokia 700 และ Nokia 701 ซึ่งมาพร้อมกับซีพียูความเร็วระดับ 1 GHz ที่น่าจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำงานกับ Symbian Belle นั้นสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น โดยตัวของระบบปฏิบัติการ Symbian Belle เองนั้นก็ได้มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจหลายอย่าง ซึ่งเราจะมาดูกันว่าประกอบไปด้วยฟีเจอร์อะไรบ้าง และมีความโดดเด่นมากน้อยขนาดไหน



เจาะลึกฟีเจอร์เด่นใน Symbian Belle OS /2



จำนวนของหน้า Home Screen ที่มากกว่าเดิม
 , , , , , , , , ,
แต่เดิม หน้า Home Screen ของระบบปฏิบัติการซิมเบี้ยนเวอร์ชันก่อนหน้านี้ อาจจะรองรับหน้า Home Screen ได้สูงสุดเพียงแค่ หน้า ทำให้พื้นที่สำหรับการใช้งานมีค่อนข้างจำกัด แต่สำหรับระบบปฏิบัติการ Symbian Belle นั้นได้เพิ่มหน้าHome Screen ให้อีกเป็นเท่าตัว นั่นก็คือสามารถใช้งานหน้า Home Screen ได้สูงสุดถึง หน้าเลยทีเดียว ทำให้มีพื้นที่ในการวาง Widgets หรือไอคอนต่างๆ มากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

การเพิ่มความสามารถของแถบ Status Bar
 , , , , , , , , ,
แถบ Status Bar ในระบบปฏิบัติการ Symbian Belle นั้นมีการออกแบบดีไซน์ที่ทันสมัย และทำงานได้อย่างชาญฉลาด มีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิม เพราะเมื่อเลื่อนแถบ Status Bar ที่ด้านบนของหน้าจอลงมาก็จะมีทั้งไอคอนสำหรับการตั้งค่าด่วนต่างๆ และพื้นที่สำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ เช่น ข้อความล่าสุดที่ถูกส่งเข้ามาหมายเลขที่ไม่ได้รับสาย และอื่นๆ

ระบบ Navigation ที่ทันสมัย และใช้งานได้ดีขึ้น
 , , , , , , , , ,
ระบบ Navigation ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงระบบแผนที่ หรือระบบนำทางด้วยดาวเทียมแต่อย่างใด แต่หมายถึงแถบตัวเลือกในการกำหนดทิศทางของการทำงาน ที่มักจะเห็นอยู่ในทุกๆ หน้าระหว่างการใช้งาน ซึ่งแถบตัวเลือกในระบบปฏิบัติการSymbian Belle นั้นได้ถูกนำมาไว้ที่ด้านล่างของหน้าจอ มีรูปแบบที่ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น และนั่นก็ช่วยให้สามารถใช้งานได้คล่องตัวมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งรูปแบบนี้จะคล้ายๆ กับที่เห็นใน สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ Meego OS อย่าง Nokia N9นั่นเอง พร้อมทั้งมีการปรับโครงสร้างเมนูด้านในเสียใหม่ ให้มีความซับซ้อนน้อยลง

แอพพลิเคชั่นใหม่จากไมโครซอฟท์ พร้อมประสิทธิภาพในการทำงานในระดับสูง
 , , , , , , , , ,
ใน สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ Symbian Belle นั้น นั้นมาพร้อมกับสิ่งที่พิเศษอีกอย่างก็คือ แอพพลิเคชั่นเชิงธุรกิจประสิทธิภาพสูงจากไมโครซอฟท์ ไม่ว่าจะเป็น Microsoft includes Lync (IM for Businesses ซึ่งคล้ายกับ Microsoft Communicator), Sharepoint, OneNote, Exchange ActiveSync และ PowerPoint Broadcaster ดังนั้นด้วยแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ ก็น่าที่จะช่วยให้การจัดการข้อมูล หรือการจัดการงานต่างๆ ในชีวิตประจำวันมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะใครที่มีธุรกิจรัดตัว

การแจ้งข้อมูลต่างๆ บนหน้าจอ Lock Screen
, , , , , , , , ,  
หน้าจอ Lock Screen ก็คือหน้าจอที่แสดงขณะที่อยู่ในสถานะของการล็อคหน้าจอนั่นเอง ซึ่งหน้าจอ Lock Screen ในระบบปฏิบัติการ Symbian Belle นั้นไม่ได้เป็นเพียงหน้าจอ Lock Screen แบบธรรมดา เพราะหน้าจอนี้สามารถแสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้มากมายหลายอย่าง ทั้งหมายเลขที่ไม่ได้รับสาย, ข้อความใหม่ในกล่องข้อความ และอื่นๆ และนอกจากนั้นเรายังสามารถปรับเปลี่ยนภาพพื้นหลังของหน้าจอ Lock Screen ได้อย่างอิสระอีกด้วย

รองรับเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication)
 , , , , , , , , ,
เทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ก็คือเทคโนโลยีของการสื่อสารข้อมูลระยะใกล้แบบไร้สาย หากให้เข้าใจหลักการง่ายๆ ก็คือ คล้ายๆ กับการแตะบัตรรถไฟฟ้าลงบนตัวรับข้อมูลของประตูเข้าออก ซึ่งตัวอ่านก็จะอ่านข้อมูลในบัตรว่ามีเงินเหลืออยู่เท่าไหร่ และทำการหักเงินในบัตรโดยอัตโนมัติ เป็นต้น ซึ่งใน สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการSymbian Belle นั้นก็สามารถรองรับเทคโนโลยี NFC นี้ได้ในตัว ซึ่งเราสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น การแชร์รูปภาพ, การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ข้างเคียง หรือการเช็คอินว่าเรากำลังอยู่ ณ สถานที่ใด เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้ก็เพียงแค่นำตัวเครื่อง สมาร์ทโฟน ไปแตะกับอุปกรณ์ค้างเคียง หรือป้ายต่างๆ ที่รองรับเทคโนโลยี NFCเท่านั้นเอง

รองรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกันแบบ Visual Multitasking
 , , , , , , , , ,
ระบบปฏิบัติการใหม่ๆ ต่างก็สามารถรองรับการทำงานแบบคู่ขนานที่เรียกว่า Multitasking ได้ในตัว ซึ่งระบบปฏิบัติการSymbian Belle เองก็สามารถรองรับการทำงานแบบ Multitasking ได้เช่นเดียวกัน โดยเรียกว่าระบบ Visual Multitasking ซึ่งทำให้เราสามารถสลับการใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ไปมาได้อย่างรวดเร็ว เช่นในขณะที่เรากำลังเปิดดูรูปภาพในอัลบั้มอยู่ เราก็สามารถเปิดเข้าไปดูหน้าเว็บไซต์ที่โหลดค้างเอาไว้เมื่อสักครู่ได้ทันที เป็นต้น

ที่เห็นไปข้างต้นนั้นก็เป็นฟีเจอร์ใหม่ๆ และฟีเจอร์เด่นๆ ในระบบปฏิบัติการ Symbian Belle ที่เรานำมาฝากกัน ซึ่งก็นับได้ว่าเป็นการพัฒนาเพื่อรองรับกับการแข่งขันกับ สมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการอื่นๆ ในปัจจุบัน ซึ่งในงวดนี้ก็ถือว่า โนเกีย ทำการบ้านมาได้ดีพอสมควร มีฟีเจอร์ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยทีเดียว และคิดว่าหลายท่านในที่นี้ก็คงจะอยากลองสัมผัสด้วยตนเองอย่างแน่นอน ซึ่งในเร็วๆ นี้ก็คงจะมีการเปิดตัว สมาร์ทโฟน ทั้ง รุ่นข้างต้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย และหากทาง โนเกีย เปิดราคาจำหน่าย และโปรโมชั่น ออกมาได้ตรงใจผู้บริโภค ก็น่าจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก แต่ในความเป็นจริงก็อาจจะเหนื่อยพอสมควร เนื่องจากมีการแข่งขันที่สูงมากนั่นเอง ส่วนในด้านของแอพพลิเคชั่นสำหรับระบบปฏิบัติการ Symbian Belle หรือ Symbian เวอร์ชันใหม่ๆ นั้น แม้จะมีจำนวนไม่มากเท่าระบบปฏิบัติการยอดนิยมอื่นๆ แต่แอพพลิเคชั่นหลักๆ ที่นิยมใช้งานกันนั้นก็ถือว่ามีอยู่อย่างครบถ้วน และจำนวนแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ใน Ovi Store ของ โนเกีย เองก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกด้วย สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณทุกท่านแวะมาเยี่ยมชมเว็บไซต์ไทยโมบายเซ็นเตอร์แห่งนี้ ทุกท่านสามารถติดตามบทความดีๆ มีประโยชน์ได้อีกในโอกาสต่อไป ซึ่งทีมงานของเราจะพยายามสรรหามาให้ทุกท่านได้ชมกันอย่างต่อเนื่องอย่างแน่นอน สวัสดีครับ

มือใหม่หัดใช้ซิมเบี้ยน


 มือใหม่หัดใช้ซิมเบี้ยน
อุปกรณ์ต่างๆ ที่ควรจะมีเมื่อคิดจะมาใช้ซิมเบี้ยน
1. โทรศัพท์มือถือ ซิมเบี้ยน (ไม่น่าบอกเลยนะว่าควรจะมี)
2. การ์ดหน่วยความจำภายนอก เช่น SD/MMC CARD, RS-MMC CARD (ปกติจะแถมมากับมือถือ)
3. คอมพิวเตอรฺ์ หรือ โน็ตบุ๊ค (อุปกรณ์ทั้งหมดทดสอบกับ WINDOWS XP)
4. อุปกรณ์เชื่อมต่อระหว่่างมือถือกับคอมพิวเตอร์ หรือ โน็ตบุ๊ค
    - อินฟราเรด (INFRARED)
    - บลูธูท (BLUETOOTH)
    - สายดาต้าลิงค์ (DATA CABLE)
    - การ์ดรีดเดอร์ (CARD READER)
การ์ดหน่วยความจำภายนอก
หน่วยความจำภายนอก หรือการ์ดเพิ่มความจำของมือถือ ลักษณะการใช้งานเหมือนกับแผ่นดิสก์เก็ตขนาด 3.5 นิ้ว (นิยมเรียกว่า Drive A) ที่เราใช้กับคอมพิวเตอร์นั่นแหล่ะครับ แต่การ์ดเพิ่มความจำของมือถือ จะมีลักษณะเล็กกว่า ถ้าเป็น RS MMC ก็จะมีขนาดเล็กกว่า MMC แต่สามารถใช้งานได้เหมือนกัน (MMC = MultiMediaCard) หน่วยความจำภายนอก หรือการ์ดเพิ่มความจำของมือถือ ต้องใช้งานร่วมกับการ์ดรีดเดอร์ ถึงจะใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ เหมือนเกิดมาคู่กันยังงัยยังงั้น การ์ดเพิ่มความจำยังมีพื้นที่เก็บความจำต่าง ๆ กันดังนี้ 16 MB, 32 MB, 64 MB, 128 MB, 256 MB, 512 MB และมากกว่านี้ แต่ยังมีราคาแพง และยังไม่แพร่หลาย
การ์ดรีดเดอร์กับหน่วยความจำภายนอกแบบต่าง ๆ
อินฟราเรด (Infrared)
โดยปกติทั่วไปโน็ตบุ๊คจะมีอินฟราเรด ถ้ามือถือซิมเบี้ยนของคุณผู้ใช้มีอินฟราเรดด้วย ก้อยิ่งประหยัดเงินในกระเป๋า อินฟราเรดเป็นยังงัย ใช้งานยังงัย ดูของใกล้ตัวเลยครับ รีโมทคอนโทรล (REMOTE CONTROL) ที่เราเอาไว้กดเปลี่ยนช่องทีวี (โทรทัศน์) ที่ด้านบนของรีโมท จะมีอินฟราเรด และบนหน้าปัดทีวีก๊จะมีอินฟราเรด การใช้งานของมันก็คือ เมื่อเรากดเปลี่ยนช่องจากรีโมท อินฟราเรดจากรีโมทจะส่งข้อมูลไปยังอินฟราเรดบนทีวี และทีวีก็จะรับคำสั่งเปลี่ยนช่องให้ อินฟราเรดจึงเป็นการเชื่อมต่อไร้สายระหว่างเครื่องส่งและรับ
บลูธูท (Bluetooth)
อันนี้คุณผู้อ่านอาจจะไม่ค่อยรู้จักว่าจริง ๆ มันคืออะไร ผมเองก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกัน (อ้าว !!!?)
อันที่จริงบลูธูทก็ใช้งานเหมือนอินฟราเรดแหล่ะครับ แต่ว่ามันส่งสัญญาณได้ไกลกว่า เกิน 30 เมตร นั่นหมายถึง เราสามารถเชื่อมต่อกับมือถือที่มีบลูธูทเหมือนกันในขณะที่เครื่องทั้งสองนี้ห่างกันในระยะเกิน 30 เมตร แต่ถ้าคุณผู้ใช้ ลองส่งด้วยอินฟราเรด ท่านต่องเอามือถือมาวางใกล้ ๆ แล้วหันด้านที่มีอินฟราเรดมาจ่อกัน และลุ้นว่ามันจะส่งได้ไหม


อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบลูทูธ : บลูทูธ "ฟันสีฟ้า" เทคโนโลยีไร้สายสำหรับอนาคต

สายดาต้าลิ้งค์ หรือ ดาต้าเคเบิ้ล (Data Cable)
คือการเชื่อมต่อข้อมูลที่ไม่ไร้สายนั่นเอง ถ้าเราใช้ มือถือซิมเบี้ยน ลืมเรื่องเจ้านี่ดีกว่า เพราะมันใช้งานยุ่งยาก รับ-ส่งข้อมูลก็ไม่ทันใจ แถมราคายังแพงเกินความจำเป็น ถ้าเทียบกับการ์ดรีดเดอร์ โดยทั่วไปมักนิยมใช้ในกลุ่มมือถือธรรมดาที่ไม่มีหน่วยความจำภายนอก จะเรียกกว่ามันคนละชั้นกับคุณผู้อ่านก็ได้
การ์ดรีดเดอร์ (Card Reader)
คือเครื่องอ่านการ์ด ในที่นี้เอาไว้อ่านหรือเขียนพวกการ์ดหน่วยความจำภายนอก เช่น MMC, RS-MMC, MEMORY STICK หรือที่เรียกกัีนในชื่ออื่น ๆ แล้วแต่มือถือแต่ละยี่ห้อจะรองรับ การ์ดรีดเดอร์แบ่งออกได้หลายประเภท โดยแบ่งตามความสามารถในการอ่านการ์ด เช่น
2 in 1 คือ การ์รีดเดอร์ ที่อ่านการ์ดได้ 2 ประเภท เช่น อ่าน SD Card กับ MMC Card
6 in 1 หรือมากว่า 6 in 1 ขึ้นไป ก้อหมายถึงสามารถอ่านการ์ดได้ 6 ชนิดขึ้นไป
ถ้าคุณผู้ใช้ฝักใฝ่จะเล่นมือถือซิมเบี้ยนเพียงอย่างเดียว แนะนำให้ใช้การ์ดรีดเดอร์แบบ 2 in 1 ก็พอ เพราะมันมีขนาดเล็กพกพาสะดวก
แบบ 23 in 1แบบ 2 in 1
การ์ดรีดเดอร์ชนิดต่าง ๆ
 เริ่มต้นใช้งานมือถือซิมเบี้ยน!
เมื่อเราได้มือถือซิมเบี้ยนมาพร้อมกับการ์ดหน่วยความจำ SD/MMC เป็นครั้งแรกในชีวิต หลายคนคงเหมือนกับผม คือจะมีอาการ งง ๆ มึน ๆ หาปุ่มเข้าใช้งานเมนูต่าง ๆ ไม่เจอ แต่ก็อาศัยเดาๆ ไปเรื่อย หลังจากที่เรากดปุ่มเข้าเมนู หน้าจอจะแสดงผล แบบรูปที่ 01 ไอคอนต่าง ๆ จะมีชื่อกำกับอยู่ด้านล่าง บ่งบอกถึงโปรแกรมต่าง ๆ ที่มือถือมีมาให้ ที่สำคัญก็คงเป็นเมนู Tools ถ้าเราลองเลื่อนมาที่เมนู Tools แล้วเลือกเข้าไป หน้าจอจะแสดงผลเหมือนรูปที่ 2 เมื่อเข้ามาในเมนู Tools ก็จะเจอกับเมนูต่าง ๆ อีกมากมายคุณผู้ใช้สามารถย้อนกลับไปยังเมนูหลักได้ด้วยการกดปุ่มซอฟท์คีย์ด้านขวามือ
รูปที่ 01รูปที่ 02
ข้อสังเกต - คุณผู้ใช้ คงจะเห็นเหมือนกับผมที่ด้านล่างเมนู จะมีคำว่า Optins และ Exit / Back คุณผู้ใช้สามารถใช้ปุ่มซอฟท์คีย์ ที่อยู่ด้านใต้ของข้อความกดเข้าไปใช้งานได้ และถ้าเราลงโปแกรมเพิ่ม ก็จะมีไอคอนและชื่อโปรแกรมนั้นแสดงบนห